กล้องสองตา

Posted by in อธิบายศัพท์ on February 23, 2014 . .

Binoculars
กล้องสองตา คือ กล้องที่ประกอบด้วยกล้องตาเดียว 2 ตัวที่มีส่วนในการปรับระยะชัดร่วมกัน โดยจะมีการออกแบบตัวกล้อง ให้สามารถมองเห็นภาพเดียวกันทั้งสองตา เพื่อให้ได้ภาพที่มีความคมชัด และระยะลึกสมจริง ขนาดตัวกล้องไม่ใหญ่มาก มีกำลังขยายที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถถือด้วยมือเปล่าได้ โดยที่ภาพไม่สั่นไหวจนเกินไป


Prism System
ระบบปริซึมในกล้องสองตาถูกออกแบบมาเพื่อลดขนาดของตัวกล้องลง แต่ยังได้กำลังขยายที่สูงมากพอ และยังสามารถกลับภาพที่กลับหัว ที่เกิดจากการสะท้อนในตัวกล้องให้กลับมาเหมือนวัตถุจริง ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ คือ Roof prism และ Porro prism
 

Roof Prism System
ระบบปริซึมแบบ Roof จะออกแบบปริซึมให้ซ้อนทับกันมากที่สุด เพื่อให้เลนส์วัตถุ และเลนส์ตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ทำให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กและมีลักษณะเป็นท่อตรง เนื่องจากเลนส์และปริซึมทั้งหมดเรียงกันเป็นเส้นตรง กล้องสองตาแบบ Roof prism จึงมีขนาดเล็ก และแข็งแรงทนทานกว่า กล้องแบบ Porro prism
 

   

Porro Prism System
ระบบปริซึมแบบ Porro ออกแบบปริซึมให้มีการซ้อนทับกันน้อย ทำให้เลนส์และปริซึมไม่อยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกัน แต่สามารถออกแบบได้ง่าย รวมถึงซ่อมได้ง่ายกว่าแบบ Roof ทำให้ตัวกล้องมีขนาดใหญ่กว่าแบบ Roof แต่ก็ให้ภาพที่มีความลึก และมุมมองของภาพที่กว้างกว่าด้วย
 

Waterproof/Fogproof
กล้องสองตารุ่นกันน้ำ จะมี O-ring และอัดด้วยแก๊สไนโตรเจนด้านในตัวกล้อง เพื่อให้สามารถกันน้ำ และการเกิดไอน้ำในตัวกล้อง ทำให้กล้องสามารถใช้ในสถานที่เปียกน้ำ หรือมีความชื้นสูงได้ โดยที่ชิ้นเลนส์ด้านในตัวกล้องจะไม่เกิดฝ้า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือความชื้น
 

   


Magnification(Power)
กำลังขยาย กล้องสองตามักจะบอกคุณสมบัติด้วยตัวเลข 2 ตัว คั่นด้วยเครื่องหมาย " x " เช่น 8 x 32 ตัวเลขแรก คือ กำลังขยายของกล้องสองตาตัวนั้น กล้องที่มีกำลังขยาย 8 เท่า ก็คือ ภาพวัตถุที่มองเห็นผ่านกล้องจะมีขนาดใหญ่เป็น 8 เท่า จากที่มองเห็นด้วยตาเปล่าในระยะที่เท่ากัน


Objective Lens Size
ขนาดของเลนส์วัตถุ หรือเลนส์ชิ้นหน้า ตัวเลขตัวที่สอง (8x32)ที่บอกคุณสมบัติของกล้องสองตา คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์วัตถุเป็นมิลลิเมตร ขนาดของเลนส์ที่ใหญ่จะทำให้แสงผ่านเข้าไปได้มาก ทำให้ภาพที่เห็นมีความสว่างมากกว่ากล้องที่มีขนาดเล็ก แต่ก็ทำให้กล้องมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

 

Prism Glass
วัสดุที่ใช้ทำปริซึมในกล้องสองตา โดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ ทำจากแก้ว Borosilicate(BK-7) และแก้ว Barium crown(BaK-4) ปริซึมที่ทำจาก BaK-4 จะมีคุณภาพสูงกว่า ทำให้วัตถุที่เห็นมีความสว่าง และความคมชัดสูงกว่าแบบ BK-7
 

Coated Optics
การเคลือบผิวเลนส์ จะช่วยลดการสูญเสียแสง และลดการสะท้อนกลับของแสงที่ผ่านเลนส์ ทำให้ภาพมีความสว่าง และมีความเทียบต่างสูงกว่าเลนส์ปกติ ทำให้มองได้สบายตา โดยทั่วไปมี 4 แบบ

  • Coated  เคลือบเลนส์ 1 ด้านด้วยสารเคลือบเลนส์ 1 ชั้น
  • Fully Coated  เคลือบเลนส์ด้วยสารเคลือบเลนส์ 1 ชั้น บนเลนส์ทั้ง 2 ด้าน
  • Multi-Coated  เคลือบเลนส์ด้วยสารเคลือบเลนส์หลายชั้น บนเลนส์ 1 ด้าน
  • Fully Multi-Coated  เคลือบเลนส์ด้วยสารเคลือบเลนส์หลายชั้น บนเลนส์ทั้ง 2 ด้าน


Field-of-View (F.O.V)
กล้องสองตาแต่ละตัวจะมีมุมมอง หรือความกว้างของภาพที่มองเห็นแตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Field-of-View โดยจะบอกเป็นความกว้างของภาพที่มองเห็นที่ระยะ 1,000 เมตร เช่น 140 m. at 1,000 m. กล้องที่มี Field-of -View กว้างจะช่วยให้มองหาวัตถุ ที่ต้องการได้ง่ายกว่ากล้องที่มี Field-of -View แคบ และกล้องที่มีกำลังขยายสูงจะมี Field-of -View แคบกว่ากล้องที่มีกำลังขยายต่ำ


Resolution
คือ ความสามารถของเลนส์ในการแยกจุดและเส้นที่ใกล้ชิดกัน กล้องที่มี Resolution สูงจะคมชัดกว่ากล้องที่มี Resolution ต่ำ


Exit Pupil
เป็นค่าที่ใช้อ้างอิงความสว่างของภาพที่ปรากฎบนเลนส์ใกล้ตา กล้องสองตาที่มีค่า Exit Pupil สูงจะมีความสว่างของวัตถุสูง ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน แม้ในสภาพแสงที่น้อย สามารถคำนวณได้โดยใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเลนส์วัตถุ (Objective Lens Size) หารด้วย กำลังขยาย (Magnification) เช่น กล้องขนาด 8 x 32 จะมีค่า Exit pupil = 4

 

Eye Relief
คือ ระยะห่างระหว่างกล้องสองตา กับตาของผู้ใช้เป็นมิลลิเมตร โดยที่ยังสามารถเห็นภาพได้เต็ม Field-of -View ของกล้อง กล้องที่มีค่านี้สูง (Long Eye Relief) จะช่วยให้มองภาพได้สบายตา และเหมาะกับผู้ที่สวมแว่นตา เพราะสามารถมองเห็นภาพได้เต็มภาพ โดยไม่ต้องถอดแว่นตาออก​


Eyecups
หรือถ้วยรองตา เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ระยะห่างระหว่างตา กับเลนส์ใกล้ตาอยู่ในระยะที่เหมาะสม และช่วยป้องกันแสงรบกวนจากด้านข้างทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน สำหรับผู้ที่ใส่แว่นตา จำเป็นต้องลด Eyecup  ลงเพื่อจะได้มองเห็นภาพได้เต็ม Field-of -View เพราะเลนส์ของแว่นตา ทำให้ตาอยู่ห่างจากเลนส์ใกล้ตามากกว่าค่า Eye Relief ที่เหมาะสม Eye cup ของ Bushnell มี 3 แบบ

  • Twist up  เป็นแบบบิดขึ้นลง
  • Pop up  เป็นแบบดึงขึ้นลงตรง ๆ
  • Soft rubber fold down  เป็นยางอ่อนสามารถพับได้

Diopter Adjustment
ปุ่มปรับแก้สายตา จะเป็นปุ่มปรับโฟกัสละเอียดของเลนส์ข้างขวาของกล้อง จะใช้ในการปรับแก้สายตาระหว่างเลนส์ข้างซ้ายกับข้างขวาของกล้อง ทำให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสามารถมองเห็นภาพได้คมชัดทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ต้องใส่แว่น สำหรับผู้ที่มีสายตาปกติ หรือผู้ที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้ว จะตั้งไว้ที่ค่า 0
 

Rainguard
เป็นลิขสิทธิเฉพาะของ Bushnell ในการเคลือบเลนส์กันน้ำและน้ำมัน โดยการเคลือบเลนส์แบบนี้ จะทำให้น้ำที่สัมผัสหน้สเลนส์จะไม่เกาะตัวเป็นผืนใหญ่ แต่จะเกาะตัวเป็นหยดน้ำขนาดเล็ก ๆ ซึ่งจะช่วยลดการสะท้อนของแสง ที่จะผ่านเลนส์เข้ามาในกล้อง ทำให้ภาพที่เห็นมีความคมชัด และสว่างกว่าเลนส์ที่ไม่มี Rainguard ทำให้สามารถใช้กล้องได้ในทุกสภาพอากาศ แม้กระทั่งกลางสายฝน
 

XTR Technology
เมื่อแสงผ่านเลนส์และปริซึมหลายชิ้นอยู่ในกระบอกเลนส์ของกล้องสองตาแบบ Roof prism แสงส่วนหนึ่งจะสูญเสียไประหว่างทาง ทำให้ความสว่างของภาพลดลง Bushnell ได้พัฒนา XTR Technology ซึ่งเป็นการเคลือบผิวของปริซึมแต่ละชิ้นถึง 60 ชั้น ทำให้สามารถรวบรวมแสงที่ผ่านเลนส์แต่ละชิ้นได้ถึง 99.73 % เมื่อรวมแล้วจะมีแสงผ่านเลนส์และปริซึมทุกชั้นเข้ามาได้มากกว่า 90 % ทำให้กล้องที่ใช้ XTR Technology เป็นกล้องสองตาที่มีความสว่างสูงที่สุด
 

   

PC-3 Phase Coating
จะพบได้ในกล้องสองตาแบบ Roof prism รุ่นดีที่สุด สารที่ใช้เคลือบปริซึมเป็น PC-3 Phase จะช่วยให้ภาพมีความละเอียด และความเทียบต่างของสีกับส่วนมืด/สว่าง ของภาพดีกว่าการเคลือบแบบอื่น ๆ
 

   


Rubber Armor
การเคลือบหรือหุ้มตัวกล้องด้วยยาง จะช่วยลดแรงกระแทก และรอยขีดข่วนที่จะเกิดกับกล้อง และยังช่วยให้การจับถือกล้องมีความกระชับ ทำความสะอาดได้ง่าย นอกจากนั้นยังช่วยลดเสียงหากเกิดการกระแทกกับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลในการเฝ้าดูสัตว์ที่มีความระวังภัยสูง​

 

Last update: February 23, 2014